10 วิธีเก็บเงินแบบ “หลอกตัวเอง” ไม่ให้รู้ว่า… มีเงินเก็บอยู่เยอะมาก

1. เอาเงินไปซ่ อน

วิธีแรก ฟังแล้วก็อาจแป ลกปร ะห ลาดไปนิด แต่การที่เราทำให้ตัวเองนั้น ไม่เห็นว่าเรามีเงินอยู่จำนวนเท่าไหร่ ก็จะทำให้เราไม่อย ากใช้เงินมากขึ้น

โดยเพื่อนๆสามารถทำการแยกบัญชีเงินเก็บไว้อีกธนาคารหนึ่ง และบัญชีใช้จ่ายไว้ในอีกธนาคารหนึ่ง

ทำให้มันเป็นเรื่องย ากเพื่อที่เราจะได้มองเห็นมูลค่าบัญชีของตัวเอง

แถมยังทำให้เรานั้นมีเงินได้มากขึ้นด้วย

2. ใส่กุญแจ ล็อ กไว้เลย

ถ้าหากเรามีเงินส่วนไหนที่ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว แล้วคิดอย ากจะออมเงินก็ให้ นำเงินส่วนนี้ไปเก็บไว้ในที่ๆ

ถอนออ กย าก เช่น เก็บเงินแบบฝากประจำ ที่จะถอนได้ก้ต่อเมื่อครบตามกำหนดว่ากี่ปีๆ ถึงจะถอนออกมาได้นั่นเอง

3. ทำให้เหมือนการเล่ นเก ม

เวลาที่เราได้เงินทอนมาเป็นเศษเหรียญ หรือแบงค์ย่อยๆ เช่น แบงค์ยี่สิบ ที่เราไม่ค่อยได้ใช้

พอกลับบ้านก็ให้นำเงินเหล่านี้มาหยอ ดกระปุกไว้ด้วยพอถึงทุกๆสิ้นเดือน ก็ให้เอาเ งิ นจากกระปุก

ตรงนั้นไปเข้าบัญชีเงินฝากไว้ การทำเช่นนี้ เป็นประจำ ก็จะทำให้เรามีเงินเก็บเพิ่มขึ้นด้วย

4. เก็บส่วนต่างเมื่อเงินเดือนขึ้น

ถ้าสมมุติปีนี้เราได้ขึ้นเงินเดือนสัก 5,000 ก็ให้เก็บเงินจำนวนนี้เพิ่มในบัญชี เงินฝากไว้ด้วยยิ่งดี

เพราะถ้าหากเราไม่ได้มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องใช้เงินเพิ่มก็ออมเงินตรงนี้ไว้

สำหรับตอนเกษียณก็จะมั่นคงมากกว่านะ

5. ออมเ งิ นโดยอัตโนมัติ

คนเราจะมีแค่ความตั้งใจอย่ างเดียวมันไม่พอหรอกนะ เราควรวางแผนทาง การเงินให้เป็นเรื่อง
อัตโนมัติเลย โดยที่เราแทบไม่ต้องมานั่งป ว ดหัวคิดในทุกๆเดือนว่าจะต้องออมเงินยังไง

ออมเท่าไหร่ ให้เราลองเข้าไปคุยกับ ธนาคารแล้วขอให้เขาหักเงินเก็บเข้าบัญชีโดยอัตโนมัตินั่นเอง

6. ใช้ แอปช่วยเก็บ

เราสามารถใช้แอปที่จะคอยติดตามการใช้งานของเราว่ามีการถอน โอน หรือ จ่ายกันไปอย่ างไรบ้าง

เพื่อให้เราสามารถออมเ งิ นได้ทุกเม็ดทุกหน่วย

7. เอาเงินโบนัสมาเก็บ

ไม่ว่าจะเป็นเงินโบนัส เงินที่ได้จากการคืนจากภาษี หรือการได้เงินพิเศษ จากที่ใดๆก็ตาม

ถ้าเพื่อนๆอย ากเก็บเงินให้ได้เพิ่มขึ้น การออมเงินเพิ่มในส่วนที่เราไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน

ก็จะทำให้เราออมเ งิ นได้มากขึ้นด้วย

8.เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นการออมเ งิ น

ถ้าหากเรามีการยกเลิกค่าใช้จ่ายบางอ ย่ างออกไป เช่น เปลี่ยนโปรมือถือ ให้ถูกลง หรือ การยกเลิ กเ คเบิ้ลทีวี

แน่นอนว่าเราจะต้องมีเ งิ นเหลือใช้ เพิ่มขึ้นแน่นอน เราสามารถเอาเงินส่วนนี้มาเข้าบัญชีเงินฝากได้ด้วย

9. เก็บสะสมคะแนนจากบั ต รเ ค รดิ ต

ถ้าหากเพื่อนๆ มีบัครเครดิต และใช้บัตรเครดิตที่มีเครดิตเงินคืนให้ด้วย ก็ให้เอาเงินที่ได้จากส่วนนี้ไปเข้าบัญชีเงินฝากไว้ด้วยดีกว่า

10. ตั้งชื่อให้แต่ละบัญชี

เวลาที่เราเปิดบัญชีเงินฝากแต่ละที ชื่อบัญชีก็จะเป็นชื่อเราหรือเป็นเลขบัญชี และมันดูน่าเบื่อสุดๆ เลยใช่ไหม

ยิ่งถ้ามีหล า ยบัญชีแล้วด้วยก็ยิ่งสับสนไปใหญ่ ว่าแต่ละบัญชีใช้ทำอะไร ทางที่ดีนั้น

ให้เขียนไว้หน้าสมุดบัญชีแต่ละบัญชีเลยว่า บัญชีนี้ใช้สำหรับทำอะไร เช่น ไว้ไปเที่ยว

ไว้จ่ายภาษี ไว้ซ่อมรถ เป็นต้น