ทำไม… เราถึงควรทำตัวเป็น “น้ำครึ่งแก้ว”

คุณเป็นคนประเภทไหน

แก้วเปล่า… น้ำครึ่งแก้ว… น้ำเต็มแก้ว

คำเปรียบเปรยว่า.. “แก้วเปล่า…น้ำครึ่งแก้ว…น้ำเต็มแก้ว” มักได้ยินกันบ่อย ๆ ทั้งในการทำงาน

การเรียน ในบางครั้งนึกสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้ว

มันดีหรือไม่สำหรับคนเหล่านี้… แต่อย่างไรก็ตาม

การที่จะเป็นคนแก้วเปล่า น้ำครึ่งแก้ว หรือน้ำเต็มแก้วนั้นอาจจะมีเหตุและผลในแต่ละบุคคล

ซึ่งถ้าไม่ทำให้สังคมและตัวเองเดือดร้อนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรต่อว่ากัน

 

แก้วเปล่า… คือ แก้วที่ไม่เคยรับสิ่งใด ๆ

ดีมั้ย สำหรับคนประเภทนี้ บางคนอาจคิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะยังว่างอยู่ ลองคิดดูว่า แต่ในทางกลับกัน

ถ้ามันว่างมากเกินไปจนไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลย

จะเป็นคนที่ไม่สนใจใยดีต่อตัวเอง ต่อสังคม ชนิดที่เรียกว่าชีวิตเฉื่อยชาไม่มีเป้าหมายในชีวิตหรือเปล่า

หากจะเติมน้ำลงไปควรจะเริ่มจากอะไรดี

 

น้ำครึ่งแก้ว… จงเป็นคนที่มีน้ำครึ่งแก้ว

เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด ซึ่งหมายถึง แก้วน้ำที่พร้อมจะเติมเต็ม ทุก ๆ สิ่ง พร้อม เติม เต็ม ทุก ๆ อย่าง

การเป็นแก้วใบนี้จึงมีข้อดีมากมายทำให้พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา

พร้อมที่จะรับกับสิ่งเปลี่ยนแปลงเสมอ น้ำครึ่งแก้วจึงได้เปรียบเพราะเป็นแก้วที่ไม่มีวันเติมเต็ม

ไม่ว่าใครจะใส่ความรู้ลงมามากสักเท่าไหร่ เราก็สามารถรับได้ตลอดเวลา

 

น้ำเต็มแก้ว… คือ แก้วน้ำที่ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต พอใจ และยึดติดกับสิ่งเดิม หรือ สิ่งที่มีอยู่

ในขณะที่การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว แปลว่าคุณจะไม่เปิดรับอะไรอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่คิดที่อย ากจะเป็น

อาจจะไปไม่ถึงหรือไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจ

เพราะเมื่อน้ำเต็มแล้วบางครั้งเมื่อเจอปัญหาก็จะไม่สามารถหาทางออกได้ แต่ถ้าหากยอมรับคำแนะนำ

บางอย่างอาจจะทำให้สิ่งที่คิดอยู่สำเร็จได้

ในชีวิตคนเรานั้นการที่จะใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขนั้น เชื่อว่า…แต่ละคนก็มีวิถีการดำเนินชีวิต

ที่แตกต่างกันตามสถานะทางสังคม ครอบครัว

และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามวันเวลา

สำหรับคนที่อยู่ในวัยทำงาน ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าในชีวิต

การที่จะเป็นคนประเภทไหน ต้องค่อยๆคิดทบทวน

ประมวลข้อมูลว่าข้อมูลใดที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

ควรเติมเข้ามาในแก้ว หรือถ้าข้อมูลที่ได้มา

ไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็ปล่อยให้ไหล่ออกจากแก้วไป

ดีกว่าปิ ด กั้นตัวเองหรือใช้ความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง หากยอมรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ

จากผู้รู้แล้วนำมาปรับใช้ในการทำงานก็จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย สิ่งหนึ่งที่อย ากเห็น

ไม่ว่าคุณจะจัดอยู่ในประเภทใด เมื่อใดก็ตามที่เจอปัญหา สะดุดหกล้มจงอย่ากลัวที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่

ไม่ว่าเราจะทำการใด ๆ ก็ตาม เมื่อเกิดการผิ ดพลาด ก็สามารถที่จะเริ่มใหม่ได้

การเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่ว่าจะผิดพลาดเหมือนครั้งแรก ๆ เสมอไปการก้าวเดิน

และลุกขึ้นใหม่อาจจะเป็นการก้าวเดินที่นำไปสู่การประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชีวิตคุณก็ได้

คุณจะเป็นคนประเภทไหน

…แก้วเปล่า

…น้ำครึ่งแก้ว

…น้ำเต็มแก้ว อยู่ที่คุณเลือกที่จะเป็น

ที่มา : k r a j a i b o o n