จำคำสอนของเตี่ยไว้นะ… ในวันที่ลื้อไม่คาดหวังในการคบคน ลื้อจะมีความสุขที่สุด

“เตี่ย… เตี่ยเคยผิ ดหวังไหม ?”

อาหมวยเปิดบทสนทนา เตี่ยพับหนังสือพิมพ์ในมือแล้วหันมามองหน้าอาหมวย

“เคยซิ มีใครบ้างเกิດมาไม่เคยผิ ดหวัง”

“แล้ว เตี่ยเ สี ยใจมากไหม ตอนที่ผิ ด หวัง”

“ก็แล้วแต่ว่า หวังไว้มาก หรือ น้อย”

เตี่ย รินชาจากกาลงในถ้วย รินทิ้ง แล้วรินจากกาอีกครั้ง (วิธีการช่างนุ่มนวล จิบชาแล้วหันมาถาม)

“ลื้อ ผิ ด หวังเรื่อง.. อะไร..?”

“เป ล่ า… เตี่ย”

“อย่ าโกหกเตี่ย ถ้าลื้อไม่ผิ ดหวัง ลื้อไม่จ๋อย แบบนี้ แล้วก็ไม่ถามเตี่ยแบบนี้ด้วย”

อาหมวยก้มหน้า คิดทบทวนว่า ควรบอกเตี่ยดีไหม ?

“บอกมาเถอะ.. เตี่ยจะเก็บเป็นความลั บ”

“ไหนเตี่ยบอกว่า.. ในโลกนี้ไม่มีความลับไง”

“คิด ก็ไม่ลั บแล้ว เพราะ เมื่อคิด ใจเราก็รู็ พอรู้สึกนึกคิด ก็ไม่ลับถ้าลับต้องไม่เคยเกิດแม้ในความคิด

แต่เตี่ยหมายถึงว่า.. เตี่ยจะไม่เอาไปเล่ าต่อ เป็นความลับของเราสองคน”

(อาหมวยนิ่ง..)

“ถ้าไม่เ ล่ า อึด อัด ต า ย ไม่รู้ด้วยนะ”

(เตี่ยพูดจบ ทำท่าจะลุก) “เ ล่ า ก็ได้ค่ะ ”

“อ่ะ.. อย่างนั้นก็เ ล่ ามา”

“คือ อั๊วผิ ดหวังกับเพื่อน อั๊วบริสุทธ์ใจ จริงใจกับเค้าแต่เค้าไม่ซื่อสัตย์กับอั๊ว เค้าเ อ าอั๊วไปนิ น ท าลับหลัง”

“ไม่มีใครไม่ถูกนิ น ท า ตอนนี้ ลื้อก็กำลังนิ น ท าเค้าให้เตี่ยฟังอยู่นี่ไง”

“จริงด้วยซิ นะ..”

“นอกจากนิ น ท าลื้อ เค้าทำอะไรลื้ออีกไหม”

“ก็ไม่มีนะเตี่ย ต่อหน้าอั๊ว เค้าก็ดูปกติ แต่อาจมีห่างเหินบ้าง แต่ก็ยังคุยกันได้ อยู่”

(เตี่ย มองหน้าอาหมวย)

“เตี่ย สอนให้ลื้อ รั กษ ามิตรภาพ นั่นหมายถึงว่า.. หากวันนี้ เค้าดีกับเราแล้ววันหน้าเค้าห่างเหิน นั่น..

ก็ไม่ได้แปลว่า ลื้อต้องโกรธเค้า เค้าห่างเพราะ…เค้ามีเหตุผลของเค้า เราเองก็เฉยเ สี ย

ต่างคนต่างมีชีวิตของตนเอง แต่ก็รักษามิตรภาพที่เคยมีให้กันไว้ โดยการไม่พูดถึงเค้าในแง่ร้ า ย

กับคนอื่น ไม่โกรธและกลับมามองที่ตัวเอง ว่าเคยทำอะไรให้เค้ารู้สึกไม่ดี จนห่างเหินจากเรา”

“ค่ะ… เตี่ย…”

“แต่ถ้าคบกัน แล้วเค้าทำร้ า ย จนเราเดือ ด ร้ อนเราก็ถอยออกมา ลดความสำคัญของเค้าลงจากเพื่อน

เป็นเพียงคนเคยรู้จัก พอเค้าเป็น คนเคยรู้จัก

เราจะเลิกคาดหวังในตัวเค้า เค้าก็จะหมดความสำคัญทางความรู้สึกของเรา”

“เราคาดหวังได้ไหมเตี่ย”

“ทุกคน ไม่ว่าจะทำอะไร ล้วนมีความหวังเป็นที่ตั้ ง

อย่างเช่น สั่งข้าวผัดสักจาน ก็คาดหวังว่ามันจะ ต้องอร่อย ต้องถูกใจ แต่พอมันไม่อร่อยก็ผิ ดหวัง”

“จริงค่ะ… เตี่ย”

“การที่ชีวิตมีการตั้งความหวัง ตั้งเป้าหมายนั้น ไม่ผิ ด แต่วิธีการในการตั้งความหวัง ต้องคำนึงถึงความเป็น

ไปได้ก้าวไปอย่างถูกต้อง และที่สำคัญ ต้องเผื่อใจไว้รับความผิ ดหวังให้เป็น”

“มัน ยังไงเหรอ… เตี่ย อั๊วไม่เข้าใจ”

“ก็คิดง่ายว่า ถ้าหากไม่สมหวัง ก็ไม่เป็นไร ความหวังใหม่ เกิດขึ้นได้ ถ้าใจไม่ท้อ “

“ก็คือ เผื่อใจไว้ทุกครั้งเหรอ…เตี่ย ”

(เตี่ยทำท่าครุ่นคิด นิ่งเงียบสักพัก แล้วจึงตอบ…)

“อาหมวย สมมติว่า.. หรือหวังว่า การสอบครั้งนี้ ลื้อต้องได้คะแนนเต็มร้อย ลื้อต้องลงมือตั้งแต่ ตั้งใจเรียน

ทบทวนมาก เพื่อให้ความหวังนั้นสำเร็จลุล่วง

แต่ถ้าผลออกมา ได้ 95 คะแนน อีก 5 คะแนนที่หายไป คือความผิ ด หวัง ลื้อก็จงให้ความสำคัญ กับ 95

อย่ ามัวไปเ สี ย ใจกับ 5 เข้าใจหรือยัง”

อาหมวยเกือบจะเข้าใจแล้ว เตี่ยคงมองออก จึงพูดต่อ..

“อย่างลื้อคบเพื่อน ลื้ออาจจะบอกว่า ลื้อทำดีกับเค้าเต็มร้อย แต่เค้ายังไม่ดีกับลื้อ ลื้อต้องกลับมามองตัว

เองว่า คำว่าเต็มร้อยของลื้อ มันคือสิ่งที่เค้าต้องการ หรือไม่… บางครั้ง น้ำใจที่ลื้อให้เค้า ถ้าเค้าไม่ต้องการ

มันก็ไม่ต่างกับการยั ดเยี ย ด จะให้อะไรใคร ต้องดูความต้องการของเค้าด้วยนะ”

“ค่ะ เตี่ย” (อาหมวยเริ่มเข้าใจแล้ว)

“ถ้าคบกันต่อไปไม่ได้ ก็คิดเ สี ยว่า.. เราไม่ได้เ ล ว เค้าไม่ใช่ไม่ดี ศีลไม่เสมอกัน ก็ต่างคนต่างอยู่… ต่างมีชีวิตเป็นของตน”

เตี่ยหยุดพูด หันมามองหน้าอาหมวย จ้องตา แล้วย้ำเตือ นว่า..

อาหมวย ลื้อจำไว้นะ ทุกครั้งที่ผิ ด หวังจะทำให้หัวใจลื้อจะเข้มแ ข็ งขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น

คาดหวังน้อย ก็ผิ ด หวังน้อย

คาดหวังมาก ก็ผิ ด หวังมาก

ไม่คาดหวัง ก็ไม่ผิ ด หวัง

แล้วถ้าถึงวันที่ลื้อไม่คาดหวังในการคบคน ลื้อจะมีความสุขที่สุด