12 ข้อคิด ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องยึดติด ถึงแม้เงินเดือนไม่ถึงหมื่น…ก็หาความสุขได้

เพราะงานไม่ได้ หากันง่าย หลายคนจึงถือคติ

“ไม่เลือกงาน ไม่ย ากจน”

แต่ก็มีหลายคนรู้สึกลำบากใจ โดยเฉพาะเรื่องเงินเดือน

ทำไม๊… ทำไมไม่ถึงหมื่นอย่างคนอื่น เขาซะทีทั้งที่จบ ป.ตรีมาเหมือนกันนะ

บางทีปัญหามัน ก็ไม่ได้เกิดที่เงินเดือน เป็นหลัก

แต่เกิดจากวิธีคิดของเรา ที่ยึดติดแต่เปลือกมากเกินไป เงินเดือนแค่หลักพัน แล้วไงล่ะ..

ทำไมจะมีชีวิตดี๊ดีแบบคนมีเงินเดือนหลักหมื่นไม่ได้

1. ถึงทุกอย่างที่มีอยู่ ไม่แพง ไม่หรู

แต่ก็ครบครัน ที่พักก็มี, การเดินทางก็ไม่ลำบากมาก,

การกินอยู่ก็พออิ่มพอกิน, ได้เข้าสังคมตามโอกาสที่ควร, ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี,

มีวันหยุดที่สบาย, เ จ็ บ ป่ ว ยก็มีค่ารั ก ษ า ฯลฯ สิ่งรอบตัวเรามีครบขนาดนี้

ก็ไม่จำเป็นแล้วที่จะต้องดิ้นรนให้เกินฐานะ

พอใจในสิ่งที่ตัวเอง มีอยู่นี่แหละความสุขที่แท้จริง

2. โชคดีแค่ไหนแล้วที่มีงาน มีเงิน

ถ้าคุณกำลังท้อใจ รู้สึกว่างานที่ทำอยู่ทำไม…

ด้อยมูลค่า, ด้อยตำแหน่ง ลองมองในมุมกลับกันว่า

“ดีแค่ไหนแล้ว ที่มีงานทำ” บางคนไม่มีโอกาสที่ดีเท่าเราด้วยซ้ำไป

พวกเขาต้องดิ้นรนหนักกว่าบ้ าง หรือไม่ก็ยอมแพ้

ไม่หางานซะเลยก็มี แต่อย่าใช้ปลอบใจตัวเอง

ในวันที่คุณรู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันทำให้คุณรู้สึกไม่โอเคมาก ๆ เช่น สวัสดิการห่วยมาก, มีการทุจริตในองค์กรจริง, ยิ่งอยู่ยิ่งถูกเอาเปรียบจริง

ลาออกเลยดีกว่า อย่ าปลอบใจตัวเองถ้ารู้สึกท ร ม าน มาหลายหนแล้ว

3. สร้างมิตรภาพกับคนรอบตัวเข้าไว้

ความสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนบ้ าน, เพื่อนร่วมงาน, ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ๆ เรา

นอกจากเราจะได้รับการแบ่ งปันของกินของใช้, อาห า ร, โอกาสดีๆ อันอื่นๆ ในย ามที่เราเดือดร้อนขึ้นมา

เช่น จู่ๆ ก็ไม่สบายหนัก พวกเขาอาจช่วยเราผ่อ นหนักเป็นเบา คอยเป็นหูเป็นตาช่วยดูแลเรา

ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าความสัมพันธ์มันมาพร้อมกับผลประโยชน์ แต่เราก็เลือกได้นะว่า…

จะบาลานซ์ให้เรื่องไหนมาเป็นอันดับแรก

ถ้าคุณเลือกผลประโยชน์นำหน้า คุณก็จะไม่ได้รับความจริงใจเลย เลือกสิ่งไหน ได้สิ่งนั้นไงล่ะ..

(เชื่อเถอะว่ารวยเพื่อน มันดี๊ดีกว่ารวยเงินทองซะอีกนะ)

4. ถึงจะออกนอกห้องบ่อยๆ ก็ไม่ได้แปลว่า “เราจะไม่มีเงินเก็บเลย”

จริงอยู่ว่าก้าวเท้าออกไปนอกบ้ านหรือนอกห้อง ก็เท่ากับว่าเรา ยินยอมที่จะจ่ายตังค์แล้ว

อย่ าเหนียวกับตัวเองไปหน่อยเลย ถ้าวันไหนไม่มีตังค์หรือเงินช็ อ ต ไม่จำเป็นต้องออกไปใช้เงินมากก็ได้

ลองหากิจกร ร มง่ายๆ เช่น ออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะ, ออกไปเดินเล่นที่ห้าง, ออกไปปั่นจักรย านเที่ยวเล่น

อย่ าติดนิสัยอยู่ในห้องบ่อยๆ เราควรแอคทีฟตัวเองบ้ าง

ร่า ง ก า ยจิตใจจะได้แจ่มใส ตื่นตัวอยู่เสมอ

ไม่เ จ็ บ ป่ ว ยง่าย ไม่รู้สึกน่าเบื่อ หรือหดหู่ง่ายเหมือนขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง

5. ควรซื้ อของด้วยเงินสด ไม่ใช้ระบบผ่ อ น

หรือบั ต ร เ ค ร ดิ ต อย ากได้อะไร

พย าย ามเก็บเงินให้ครบแล้วค่อยไปซื้ อ อย่ าติดนิสัยซื้ อ มาก่อน ผ่ อ นทีหลัง

หรือจ่ายด้วยบั ต ร เ ค ร ดิ ต ซึ่งเป็นการนำเอาเงินในอนาคตมาใช้ (ไม่เหมาะกับคนเงินเดือนหลักพันเป็นอย่างยิ่ง

เพราะ สเตทเม้นท์ไม่ปลอดภัยพอสำหรับการหมุนเงิน)

การก่อหนี้โดยไม่จำเป็น ขาดเหตุผล อาจทำให้เราไม่มีเงินเก็บ เงินขาดมือ ติดพันกับการกู้ยืมเป็นทอดๆ ไม่รู้จบ

6. กระจายเงินเก็บ/ต่อยอดเงินเก็บ เงินจากการออมเป็นรายวัน/รายสัปดาห์/รายเดือน

ไม่ควรมีในบัญชีเดียวหรือแหล่งเดียว ควรกระจายแหล่งเงินฝาก เช่น ฝากไว้เป็นบัญชีกลางร่วมกับแฟน,

ฝากไว้ที่บัญชีของลูกน้อย, ฝากไว้ที่บัญชีของพ่อแม่

เพื่อป้องกันการใช้เงินแบบไม่มีลิมิต หรือกันเงินไว้สำหรับเหตุฉุ ก เ ฉิ นได้หลายที่

และหากมีเงินเก็บมากพอ สัก 5,000-10,000 บาท ลองต่อยอดเป็นหุ้น, ธุรกิจเล็กๆ, ทองคำ, เงินฝากประจำด อ ก เ บี้ ยสูง เงินคุณจะได้เติบโตมากขึ้น

ไม่เป็นยอดนิ่งๆ แค่บัญชีเดียวแต่เสียวไส้ ใช้หมดเมื่อไหร่ เจ๊งเมื่อนั้น

7. ให้รางวัลตัวเองแบบพอชื่นใจ ไม่ถี่มาก ชอบพอที่จะซื้ ออะไรให้กับตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องอดซื้ อ แต่ลองตั้งเงื่อ น ไ ข อะไรให้กับตัวเองสักอย่างเกี่ยวกับงาน

เช่น ส่งงานให้ทันกำหนดการ, ทำยอดได้ตามเป้าหมาย

ถ้าสิ่งที่คิดไว้สำเร็จจริง นอกจากจะได้แรงจูงใจในการทำงาน

มันยังเป็นการเบรคตัวเองไม่ให้จ่ายอะไรในก้อนใหญ่ที่ไม่จำเป็นโดยง่ายอีกด้วย

8. อย่ าบ่น ถ้าต้องเดินทางด้วยความลำบาก

ถ้าคิดแล้วว่า วิธีไหนก็ปลอ ด ภั ยเหมือนกัน ให้มองหาการเดินทางวิธีที่ประหยัดที่สุด

เช่น เดินจากที่พักไปออฟฟิศที่ใกล้ๆ, ขึ้นรถโดยส า รประจำทาง,

ปั่นจักรย า นไปทำงาน, ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานจังหวัดใกล้ๆ

คุณไม่จำเป็นต้องใช้วิธีสะดวกสบายมาก หากว่า…

สุดท้ายแล้วต้องรับ ผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของพาหนะเป็นก้อนใหญ่รองจากค่าที่พัก

9. โอกาสทางสังคมไม่จำเป็นต้องแพง : การประหยัด นอกจากไม่ได้

แปลว่าการ อดมื้อกินมื้อ ยังไม่ได้หมายถึงการงดเข้าสังคมด้วยเช่นกัน

การเข้าสังคมยังเป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอในการทำงาน

เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจ เพื่อนร่วมงานได้มากขึ้น

ติดต่อสื่อส า รทั้งในและนอกเวลางาน ได้ลื่นไหลขึ้น

ไม่จริงเสมอไปว่ามันจะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่แพง

ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มันเป็นค่าใช้จ่ายที่แลกกับมิตรภาพ และประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น

และเราก็เลือกได้ว่าจะเข้าสังคมแบบไหน

ถึงจะเหมาะ เช่น ทาน อ า ห า รร่วมกันในร้านที่ไม่แพงมาก, แ ช ร์ อ า ห า ร กลางวันที่ทำมาจากบ้ านร่วมกัน,

ไปทำบุญร่วมกัน เอาที่ตัวคุณเองสบายใจ และไม่สร้างความขั ด แ ย้ ง กันก็พอ

10. อย่ าจำกั ด สกิลตัวเอง อย่ าคิดว่าเรามีความสามารถแค่นี้ ก็สมควรที่จะได้ทำงานแค่นี้

รับผิดชอบงานแค่ไม่กี่อย่าง มีเงินเดือนแค่หลักพัน

คุณต้องเพิ่มมูลค่าและคุณค่า ให้กับตัวเองด้วยการ

“อัพ สกิ ล” เช่น เก็บเงินไปสอบวัดระดับภาษาให้ผ่าน

เพื่อนำผลสอบนั้นไปยื่นเรื่องปรับเงินเดือน หรือย้ายไปสมัครงานที่ใหม่, หารายได้เสริมจากทักษะที่ตนเองถนัด,

ขยันทำโอทีเท่าที่จะมีแรงทำได้ (แต่ไม่หนักมากจนหักโหม)

11. อ า ห า รมื้อหลัก ทานแบบถูกหรือฟรีก็ได้

มื้อหลักๆ ที่ทานไว้กันต า ยไม่จำเป็นต้องอร่อย

แต่ขอให้เน้นอิ่มไว้ เช่น อ า ห า รที่บ้ าน, อ า ห า ร

ในโรง อ า ห า รที่ทำงาน คุณจะได้มีเงินเก็บอีกเยอะไป

ทำอะไรก็ได้แต่อย่าลืมคำนึงถึงสุ ข ภ า พ ตนเองด้วย

อย่ าทานของที่ไม่มีประโยชน์

อย่ าถูกจนเข้าข่ายอดมื้อกินมื้อ ให้รางวัลตัวเองด้วยการทานของอร่อยๆ ในวันหยุดแต่ละสัปดาห์บ้ างก็ดีนะ

12. ที่อยู่อาศัย ประหยัดได้ยิ่งดี : มนุษย์เงินเดือนหลายคนต้องหักเงินเดือน ครึ่งหนึ่งเป็นค่าเช่าที่พัก

ถ้าคุณอยู่บ้ านหรือที่ทำงานคุณให้ที่พักฟรีล่ะก็

ไม่ต้องอายคนอื่นว่าจะเป็นการเกาะใครกินรึเปล่า มาโฟกัสที่การเก็บเงินดีกว่านะ

ยิ่งเราจ่ายให้ค่าที่พักได้น้อยมากหรือไม่จ่ายเลย

เรานี่แหละมีโอกาสเป็นนายตัวเองได้ไว

ถ้าเทียบกับคนอื่นที่ยังติดวงจรใช้เงินแบบเดือนชนเดือน

-ในกรณีที่คุณจำเป็นต้องเช่าที่พักเอง

หาที่อยู่ที่ปลอดภัยในวงเงินแค่ 2,500-3,000 บาท/เดือน เป็นอันพอ

หรือได้แค่ห้องเปล่า ไม่มีเน็ต ไม่มีทีวีก็ได้

ถ้าคุณขาดเน็ตไม่ได้แนะนำว่าให้เลือกสมัครแพคเกจเน็ตของค่ายมือถือด้วยตัวเองจะถูกกว่า

อีกทั้งยังได้ใช้งาน ได้ทุกที่ ไม่จำกั ด แค่ที่ห้องพักที่เดียว

 

ขอบคุณ j e e b