เรื่องสั้นสอนใจ จากข้าวเปล่า…ถ้วยหนึ่ง (อ่านแล้วก็ชอบมาก)

ช่วงพลบค่ำ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีเด็กหนุ่มท่าทางเหมือนนักศึกษา

กำลังลังเลอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อเขาเห็นว่า..ลูกค้าส่วนใหญ่ทานเสร็จ และเดินออกจากร้านแล้ว

เขาจึงเดินเข้าร้านมาด้วยอาการประหม่า พร้อมกับพูดเสียงสั่นกับเจ้าของร้านว่า…

“ขอข้าวเปล่าถ้วยนึงครับ ขอบคุณครับ”

(เด็กหนุ่มก้มหน้าพูด ไม่กล้าสบตาเจ้าของร้าน)

ร้านอาหารแห่งนี้ เพิ่งเปิดกิจการใหม่ เป็นเถ้าแก่หนุ่มสาวคู่หนึ่ง เห็นเด็กหนุ่มไม่เอากับข้าวก็รู้สึกสะเทือนใจ

(แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร…?)

เขารีบตักข้าวพูนถ้วย ส่งให้กับเด็กหนุ่มคนนั้น

เด็กหนุ่มจ่ายเงินพร้อมกับพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า…

“ผมขอน้ำแกงราดบนข้าวสักหน่อยได้ไหมครับ?”

เถ้าแก่ตอบว่า… “ตามสบายเลย ไม่คิดเงิน”

เขากินไปได้ครึ่งถ้วย ก็สั่งอีกถ้วยหนึ่ง..

“ไม่อิ่มใช่ไหม? ถ้วยนี้เดี๋ยวตักให้มากหน่อย จะได้อิ่มไง”

(เถ้าแก่..พูดด้วยความเอาใจใส่)

“ไม่ใช่ครับ ผมจะเอาใส่กล่อง พรุ่งนี้จะเอาไปกินที่มหาลัยน่ะครับ”

เมื่อเถ้าแก่ได้ยิน ก็เดาออกว่าเด็กหนุ่มคนนี้คงมาจากต่างจังหวัด ฐานะที่บ้านคงจะไม่สู้ดีนัก

เขาคงมาเรียนที่เมืองหลวงเพียงคนเดียว และคงจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ดูก็รู้ว่า…

เด็กคนนี้คงจะลำบากอยู่ไม่น้อย

เขาจึงตักเนื้ อ เคี่ ย ว ซอสใส่ไว้ที่ใต้กล่องข้าว จากนั้นก็เอาไข่ตุ๋นใส่ไปหนึ่งฟอง แล้วจึงตักข้าวอัดไปเต็มกล่อง

มองดูแล้วเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในกล่องข้าว นอกจากข้าวเปล่าเท่านั้น

เมื่อภรรยาของเขาเห็นดังนั้น ก็เข้าใจในสิ่งที่สามีกำลังทำ ว่าต้องการช่วยเหลือเด็กหนุ่มคนนี้

แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ราดไว้บนข้าว จะใส่ไว้ใต้ข้าวทำไม..?

เถ้าแก่กระซิบบอกภรรยาว่า… “เด็กผู้ชายรักศักดิ์ศรี หากเขาเห็นว่าบนข้าวมีเนื้ อ เขาอาจคิดว่าเราทำทานแก่เขา

หากเป็นอย่างนี้ คราวหน้าเขาจะไม่กล้ามาอีก ถ้าเขาไปกินร้านอื่น ก็ได้กินแต่ข้าวเปล่า..

แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปเรียนหนังสือ”

“คุณเป็นคนดีจริงๆ จะช่วยเขายังกลั วเขาอายอีก”

(ภรรย าเอ่ยปากชมสามี)

“หากผมไม่ดี คุณจะแต่งงานกับผมเหรอ”

(เถ้าแก่หนุ่มหยอกเย้าผู้เป็นภรรย า)

“ขอบคุณครับ ผมอิ่มแล้ว ไว้เจอกันใหม่ครับ”

เด็กหนุ่มพูดจบก็หยิบข้าวกล่อง แล้วเดินออกจากร้านไป

เมื่อเด็กหนุ่มถือข้าวกล่อง ที่ดูหนักกว่าข้าวเปล่าออกจากร้านไป ก็หันมายิ้มให้เจ้าของร้านทั้งสอง

“สู้ๆ นะ พรุ่งนี้พบกันใหม่” เถ้าแก่..พูดและโบกมือให้กับเด็กหนุ่มคนนั้น

ในคำพูดประโยคนั้นของเขา แฝงด้วยคำเชิ ญ ให้เด็กหนุ่ม มากินข้าวที่นี่ใหม่ในวันพรุ่งนี้

เด็กหนุ่มน้ำตาคลอ ไม่กล้าหันไปมองเจ้าของร้าน กลั ว ว่า…น้ำตาจะร่วงให้เขาทั้งสองเห็น

จากนั้นเป็นต้นมา พลบค่ำของทุกวัน

เด็กหนุ่มก็จะมากินข้าวที่ร้าน เขาสั่งข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย กับข้าวเปล่าหนึ่งกล่องเอากลับบ้าน

และใต้กล่องข้าวก็จะมีอาหารที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน จนเด็กหนุ่มเรียนจบปริญญาตรี

ผ่านมา 20 ปีแล้ว ที่ร้านแห่งนี้ ไม่ได้ต้อนรับลูกค้าคนพิเศษคนนี้อีกเลย อยู่ๆ ทางการก็ส่งจดหมายมาบอกว่า จะทำการเวนคืนที่

และร้านของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น สองสามีภรรย าอายุใกล้จะ 50 ปี เมื่อรู้ข่ า ว นี้ต่างก็กลัดกลุ้มใจ

ชีวิตต่อไปข้างหน้าจะทำอย่างไร เงินทองที่จะได้จากทางการ ก็ไม่เพียงพอกับการซื้อบ้านที่มีทำเลดีอย่างนี้ได้อีก

แล้วลูกๆ ที่กำลังเรียนอยู่ จะหาค่าเทอมมาจากไหน?

ต่างก็กอดกันร้องไห้… ไม่รู้จะจัดการกับชีวิตอย่างไรดี

เช้าวันหนึ่ง มีชายแต่งกายสะอาดสะอ้าน ดูภูมิฐานเข้ามาหาสองสามีภรรย า

“สวัสดีครับคุณทั้งสอง ผมเป็นรองผู้จัดการบริษัท ผู้จัดการใหญ่ของเรา ต้องการให้คุณเข้าไปทำร้านอาหารในบริษัทของเรา

ที่กำลังจะทำการเปิดใหม่ในเร็วๆ นี้ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง และอุปกรณ์ต่างๆ ค่าวัสดุในการทำอาหาร

ทางเราจะเป็นผู้รับผิดชอบ ขอเพียงคุณจัดหากุ๊กปรุงอาหาร และบริหารงานก็พอ ส่วนกำไรแบ่งครึ่งกับบริษัทของเรา”

ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเป็นใครกัน…?

ทำไมเขาถึงดีกับเราอย่างนี้…?

เราไม่เคยรู้จักผู้ใหญ่ในสังคมเลยสักคนเดียว…?

(สองสามีภรรยาต่างทำหน้างงๆ)

“คุณทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณของผู้จัดการใหญ่

ท่านบอกว่า…ท่านชอบกินไข่ตุ๋น

และเนื้ อ เคี่ ย ว ซอสของร้านคุณมาก

รายละเอีย ด ผมทราบเพียงแค่นี้ ส่วนเรื่องอื่นๆ

คุณคงจะทราบได้เอง ตอนเจอกับผู้จัดการใหญ่ของเรา”

เมื่อเดินทางไปถึงบริษัท สองสามีภรรยาจึงรู้ว่า..

ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทนี้ ก็คือเด็กหนุ่มที่มากินข้าวเปล่าย ามพลบค่ำทุกวันนั่นเอง

หลังจากจบมหาวิทยาลัย เขาก็มุมานะสร้างเนื้ อ สร้างตัว จนสามารถเปิดบริษัทแห่งนี้ได้

เขาสำนึกบุญคุณข้าวที่สองสามีภรรย า ให้เขากินตลอดเวลาที่เรียนมหาวิทยาลัย

หากไม่มีสองสามีภรรย าช่วยเหลือเขาในตอนนั้น เขาคงลำบากและไม่สามารถเรียนจนจบได้

เมื่อถึงเวลาที่สองสามีภรรย าจะ ลา..กลับ

ชายหนุ่มยืนขึ้นโค้งคำนับพร้อมกับพูดว่า.. “สู้ๆ นะครับ ต่อไปนี้บริษัทของเราต้องพึ่งพาคุณแล้วล่ะครับ พรุ่งนี้พบกันใหม่ครับ”

เมื่อให้ความรักออกไป สิ่งที่ย้อนกลับคืนมาก็คือความรัก

เมื่อให้ความสุขออกไป สิ่งที่ย้อนกลับคืนมาก็คือความสุข

คิดเผื่อคนอื่น ย่อมมีคนคิดถึงเรา การแบ่งปันเล็กๆ ของคุณ จะช่วยส่องสว่างให้ผู้คนมากมาย

คนให้ก็มีความสุข คนรับก็มีความสุข

ขอบคุณแหล่งที่มา : P r a k a l . c o m